How not to Die

“โรคเกี่ยวกับความเสื่อมของร่างกาย เช่น โรคหัวใจ ต่อมลูกหมาก และมะเร็ง สามารถป้องกัน ยับยั้ง ชะลอไม่ให้เกิดขึ้น หรือแม้จะเกิดขึ้นแล้วก็สามารถทำให้ร่างกายฟื้นคืนกลับมาเป็นปรกติได้ด้วย อาหาร” นี่คือประเด็นที่นายแพทย์ Michael Greger ชาวอเมริกันพยายามที่จะสื่อถึงชาวโลก ในหนังสือ เรื่อง “How not to Die” พิมพ์ในปี ค.ศ. 2015

ความตายนอกจากจะทำให้เกิดทุกขเวทนาทางด้านร่างกาย ทั้งความเจ็บปวด ไม่สบายตัวแล้ว ความตายยังนำความทุกข์ใจและความกลัวที่จะต้องพลัดพลากจากญาติมิตรคนที่ตัวรัก ซึ่งทำให้ทุกคนกลัวความตาย ไม่อยากให้มาใกล้ ความพยายามที่จะไม่ป่วยไม่ตายจึงมีในใจของทุกคน มนุษย์ตั้งแต่อดีตกาลหลายพันปีก่อน จึงต้องการอยู่อย่างเป็นอมตะ คือไม่ตาย มีการค้นคว้าหาสาเหตุและออกแสวงหายาอายุวัฒนะเพื่อชลอความแก่ความตายไม่ให้มาถึง ซึ่งจะสรุปว่า ไม่มียาอายุวัฒนะหรือวิธีที่จะทำให้ไม่ตาย ก็ไม่เชิงเสียทีเดียว นักวิทยาศาสตร์เพิ่งเข้าใจสาเหตุของความตายได้ละเอียดขึ้น และมีแนวทางที่จะยืดชีวิตมนุษย์ออกไปได้ โดยมีการค้นพบว่า ต้น Methuselah ซึ่งเป็นต้นสนชนิดหนึ่งขึ้นที่ White Mountain รัฐคาลิฟฟอร์เนีย อายุเกือบ 4,800 ปี มีการผลิต enzyme ชื่อ telomerase ที่สามารถสร้าง telomeres ที่เป็นตัวกำหนดว่าแซลล์จะตายเมื่อใด telomeres เป็นส่วนปลายของ chromosomes มีหน้าที่รัด chromosomes ให้อยู่เป็นรูปร่างของมัน เทียบกับหลอดพลาสติกเล็กๆ ที่ปลายเชือกผูกรองเท้าที่รักษาไม่ให้ด้ายเส้นเล็กๆ ที่รวมตัวกันเป็นเชือกผูกรองเท้า คลายตัวออกจากกัน เทียบได้กับ telomeres ที่มีหน้าที่รักษาไม่ให้ DNA ที่รวมตัวกันเป็น Chromosome คลายตัวออกจากกัน แต่ทุกๆ ครั้งที่มีการแบ่งเซลล์ telomeres ก็จะฉีกขาดเสียหายและสั้นลง จนในที่สุดเมื่อมีการแบ่งเซลล์หลายๆ ครั้ง telomeres ก็จะหมดสภาพไป เซลล์ก็จะตายลงในที่สุด เซลล์ตายมากๆ อวัยวะที่เซลล์นั้นประกอบขึ้นมาก็จะเสื่อมลงจนไม่สามารถทำงานได้อย่างเป็นปรกติ คนก็จะตาย แต่เมื่อมีการค้นพบ telomerase ก็เพิ่มความหวังว่าสักวันหนึ่ง เราจะสามารถผลิตและใช้ enzyme ตัวนี้เพื่อยืดชีวิตของเราได้ แต่เมื่อวันนั้นยังมาไม่ถึง ความรู้อะไรเล่าที่สามารถยืดชีวิตของคนเราได้ นี่คือความรู้ที่บรรจุใน “How not to Die”

หนังสือเล่มนี้หนา 658 หน้า ได้รวบรวมราบชื่อของงานวิจัยที่เกียวข้องไว้ถึง 177 หน้า เพื่อทำให้ผู้อ่านมั่นใจว่าข้อมูลที่เผยแพร่ออกไปนั้นเป็นข้อมูลที่ได้จากการค้นคว้าวิจัยอย่างละเอียดและยาวนาน คุณหมอ Greger ได้เล่าถึงสาเหตุและวิธีรักษาโรคที่มีสาเหตุจากการเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ที่เป็นกันมาก 15 โรค โดยไม่ต้องใช้ยาหรือผ่าตัด แต่ใช้วิธีการรักษาด้วยอาหารและการออกกำลังกายเป็นหลัก สำหรับบทความของผมในครั้งนี้จะนำมาถ่ายทอดเพียง 2 โรคที่เป็นกันมากในประเทศไทยคือ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และโรคต่อมลูกหมากโต โดยจะแบ่งเป็นสองตอน ในตอนแรกนี้จะเล่าถึงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบก่อน

โรคหัวใจมีหลายโรค ตั้งแต่ความผิดปรกติของลิ้นหัวใจ ไปจนถึงโรคหัวใจโต แต่ที่เป็นกันมากและเป็นเหตุของการตายเป็นอันดับหนึ่งในอเมริกาคือ โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ หรือ atherosclerosis ที่คร่าชีวิตคนอเมริกันไปปีละเกือบ 4 แสนคน หรือประมาณนาทีละ 1 คน สำหรับประเทศไทยมีคนตายด้วยโรคหัวใจเป็นอันดับสองรองจากโรคมะเร็ง แต่ละปีจะมีคนตายด้วยโรคหัวใจเกือบ 6 หมื่นคน ถ้าเมืองไทยมีประชากรเท่ากับอเมริกา อัตราการตายด้วยโรคหัวใจก็จะเป็นปีละ 3 แสนคน ซึ่งไม่น้อยเลยที่เดียว ที่สำคัญคือ ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะลดอัตราการตายเช่นนี้ได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือการเปลี่ยนวิธีการกิน

จังหวัด Guizhou ในจีนที่ไม่นิยมกินเนื้อสัตว์ ปรากฎว่าไม่มีผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีป่วยด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบเลยแม้แต่คนเดียว ในประเทศอูกันด้าและประเทศในแถบ Sub-Saharan Africa ที่ประชากรแทบไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ปรากฎว่าแทบไม่พบใครเป็นโรคนี้เลย

มีการศึกษาชี้ชัดว่ากรรมพันธุ์มีผลน้อยกับการเกิดโรคนี้ มีการศึกษาและติดตามแฝดที่มีพันธุกรรมเดียวกันแต่รับประทานอาหารต่างกัน กลุ่มที่รับประทานอาหารแบบตะวันตกคือมีเนื้อสัตว์ ปลา ผลิตภัณฑ์จากนม และไข่ จะเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับแฝดของตนที่กินผักและผลไม้เป็นหลัก การศึกษาและติดตามผู้อบพยบจากจีน และอาฟริกาที่รับประทานผักและผลไม้เป็นเป็นหลัก ที่ย้ายมาใช้ชีวิตในประเทศแถบตะวันตกที่รับประทานเนื้อสัตว์เป็นหลักก็ให้ผลรับแบบเดียวกัน สรุปก็คือ อาหารเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ

การค้นพบที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ โรคเส้นเลือดหัวใจตีบสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยอาหาร ในเนื้อสัตว์จะมีแบคทีเลียที่ผลิตสารพิษที่เรียกว่า endotoxins ที่ไม่สามารถถูกทำลายได้ด้วยความร้อน หมายความว่าแม้จะทำให้เนื้อสัตว์สุกก่อนบริโภคแล้ว ก็ไม่สามารถกำจัดสารพิษนี้ออกไปได้ endotoxins นี้มีผลทำให้เส้นเลือดอักเสบ หากผู้บริโภคเนื้อสัตว์ที่มีความดันโลหิตสูงด้วยแล้ว ก็จะทำให้ผนังเส้นเลือดด้านในปริออก cholesterol ชนิด LDL (Low Density Lipoprotein) ที่ลอยอยู่ในเลือดอยู่แล้ว จะมาเกาะที่ผนังหลอดเลือดส่วนที่ปริออก เกิดการสะสมและอุดตันในที่สุด หากเส้นเลือดอุดตันจนเลือดไหลผ่านไม่ได้เลย กล้ามเนื้อหัวใจบริเวณนั้นก็จะตาย หากกล้าเนื้อที่ตายกินบริเวณกว้าง คนป่วยก็อาจตายได้ในขณะนั้น หรือที่เรียกว่า อาการหัวใจวายแบบเฉียบพลัน ถ้าช่วยชีวิตไว้ได้ทัน แต่กล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ตายไปแล้ว ก็จะไม่สามารถกลับมาใช้งานได้ดังเดิม คนป่วยก็จะมีอาการเหนื่อยหอบเมื่อต้องเคลื่อนไหวร่างกายหรือแม้แต่อยู่เฉยๆ ก็ตาม ก็แล้วแต่ว่ากล้ามเนื้อหัวใจนั้นตายไปมากน้อยเท่าใด เรียกโรคนี้ว่า โรคหัวใจวายแบบเรื้อรัง

การบริโภค trans fat หรือน้ำมันทุกชนิดที่ผ่านความร้อนสูง และ Margarine หรือเนยเทียม ก็จะมีผลทำให้เส้นเลือดอักเสบได้ เมื่อไม่รับประทานเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และ trans fat เส้นเลือดก็จะไม่อักเสบ แม้จะมีสภาวะของความดันโลหิตสูงหรือมีปริมาณ LDL ในเส้นเลือดสูงก็ตาม ก็จะไม่ทำให้มีการพอกตัวของไขมันในผนังหลอดเลือดที่นำไปสู่สภาวะหัวใจขาดเลือดและหัวใจวาย

การศึกษานี้ยังพบอีกว่า การออกกำลังกายจะเป็นการเพิ่ม cholesterol ชนิดดี หรือ HDL (High Density Lipoprotein) ในกระแสเลือดที่ทำหน้าที่จับ LDL แล้วส่งไปทำลายที่ตับ ดังนั้นการออกกำลังกายที่เหมาะสมประมาณวันละ 30 นาที และการงดกินเนื้อสัตว์และ trans fat จะทำให้ผู้ป่วยสามารถกำจัดไขมันที่พอกและสะสมตัวในผนังหลอดเลือดออกไปได้

การค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลในหนังสือของคุณหมอ Greger มีรายละเอียดมากมายเหลือเกิน หากท่านที่สนใจและไม่ต้องการที่จะป่วยเป็นโรคหัวใจ หรือผู้ที่ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดหัวใจตีบอยู่แล้วได้อ่านต้นฉบับก็จะมีแรงจูงใจและมีกำลังใจที่จะปรับเปลี่ยนวิธีรับประทานอาหารให้ถูกต้อง เพื่อป้องกัน ยับยั้ง ชะรอ และรักษาโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ให้หายขาดได้

2 comments on “How not to Die

Leave Comment